หลังซื้อเครื่องตัดเลเซอร์

ปัญหาที่เกิดหลังจากซื้อเครื่องตัดเลเซอร์มา มักเกิดในช่วง 6 เดือนหลังจากส่งมอบ เนื่องจากเป็นเครื่องใหม่ ช่วงแรกจะยังไม่เกิดอาการใดๆ ดังนั้น ช่วงแรก ควรทำการทดสอบให้ครบถ้วนในด้านเทคนิคต่างๆ เพื่อตรวจดูถึงความสามารถของเครื่องให้ครบทุกด้าน เช่น เครื่องตัดเหล็กหนาได้ 10 มม. แต่งานเรามีเพียง 5 มม. ก็ควรหาชิ้นงาน 10 มม. มาเทส หรือหากสเปคบอกตัดทองเหลืองได้ แม้เราไม่มีงานทองเหลือง แต่ก็ควรหาทองเหลืองมาเทสด้วย เพราะหากปล่อยนานไป ในอนาคตต้องการใช้งานหนา 10 มม. หรือต้องตัดทองเหลือง หากทำไม่ได้ ผู้ขายอาจโทษผู้ซื้อว่าทีแรกทำได้ ตอนนี้เครื่องเก่า ก็ตกเป็นภาระของผู้ซื้อโดยปริยาย

ปัญหาด้านการบริการหลังการขาย เป็นปัญหาใหญ่ สำหรับธุรกิจเครื่องจักร เนื่องจากเป็นเรื่องที่ยังไม่เกิดขึ้น จึงไม่มีอะไรจะยืนยันได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ว่า การบริการหลังการขายจะเป็นไปตามที่ตกลง หากแต่สามารถวิเคราะห์จากหลักการและเหตุผล ที่เป็นตรรกะได้อย่างพอสังเขป เช่น การขายที่ราคาต่ำกว่าราคากลางมาก เพราะบางแห่ง ตั้งราคาขาย โดยไม่สนใจถึงต้นทุนที่จะเกิดขึ้นต่อการบริการหลังการขาย จึงได้ราคาเสนอที่ถูกมาก แต่พอเกิดปัญหา ก็ไม่สามารถให้บริการได้ เพราะ หากให้บริการก็จะขาดทุน ซึ่งผู้ขายประเภทนี้ จะมีแนวคิดในเชิงสินค้าขายขาด แต่แฝงคำหลอกลวงว่าจะบริการหลังการขายนั่นเอง

แต่ในกรณีของเครื่องตัดเลเซอร์ที่ซื้อมาแล้วทำงานไม่ได้ตามที่ตกลงไว้ หรือ การบริการไม่เป็นไปตามที่ตกลงไว้ เกิดความล่าช้า เสียหายต่อลูกค้า แต่ลูกค้าไม่สามารถทำอะไรได้ นอกจากทะเลาะกับผู้ขาย หรือเลิกติดต่อกัน แต่ลูกค้าต้องแบกรับภาระเครื่องเอาไว้ ซึ่งผู้ขายก็ลอยตัวไป ไม่ต้องรับผิดชอบใดๆ ได้เงินแล้ว ยังไม่ต้องบริการอีกต่อไป ซึ่งกรณีนี้ เกิดขึ้นบ่อยมาก ลูกค้าส่วนใหญ่ไม่ทราบสิทธิ์ของตนเอง คิดว่าทำอะไรไม่ได้

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *